ภาพโป้ ภาพโป๊ รูปโป้ หนังโป้ รูปโป๊ การ์ตูนโป้ รูปเปลือย ภาพหลุดดารา โดจิน picpost sexy picpost 18

กลับไปรายการกระดานข่าว ตอบกลับ โพสใหม่

นิยายรัก รักอลวนของคนกับผี...บทที่ 3

รักอลวนของคนกับผี

บทที่ 3

เมื่อณาลัยมีความรักครั้งที่ห้ากับอัมรินทร์ ซึ่งกำลังเป็นนักร้องวัยรุ่นยอดนิยมอยู่ตอนนี้ ณาลัยก็แสนจะตื่นเต้นดีใจ เพราะเธอก็

แอบปลื้มเขามานานแล้ว แต่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าอัมรินทร์หรือที เขาก็แอบชอบเธออยู่เหมือนกัน หากเขาไม่เข้าทักทายเธอ

ก่อน เด็กสาวก็คงไม่กล้าคุยกับเขาแน่นอน

ถึงแม้ว่าทั้งสองจะเรียนอยู่ห้องเดียวกัน แต่พวกเด็กสาวในโรงเรียนต่างก็ชื่นชอบเขาด้วยกันทั้งนั้น หากผู้หญิงคนไหนเข้าไป

พูดคุยกับเขาอย่างสนิทสนมแล้วล่ะก็ คงโดนพวกผู้หญิงซึ่งเป็นแฟนคลับของเขาเขม่นใส่ และตั้งตัวเป็นศัตรูแน่

ความรักครั้งนี้ ณาลัยได้ให้สัญญากับตัวเองว่าเธอจะไม่ทำตัวน่าเอือมระอาแบบเดิมอีก เธอจะไม่ทำให้เขาเบื่อจนหมดความอด

ทนอย่างที่แล้วๆ มา เวลามีพวกภูตผีหรือวิญญาณร้ายต่างๆ เข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ เธอก็จะระงับสติอารมณ์ให้เยือกเย็นเข้า

ไว้ พร้อมกันนั้นก็ทำเหมือนไม่เห็น ไม่รับรู้ ไม่สนใจวิญญาณพวกนั้น จนกว่าพวกเขาจะล่าถอยไปเอง

แต่พวกวิญญาณก็ช่างตื้อเกินกว่าที่เด็กสาวจะคิดนัก ในที่สุดเธอก็หมดความอดทนกับมัน และเผลอแสดงความโกรธเกรี้ยว

อาละวาดใส่พวกมันออกมาอย่างลืมตัว เธอแสดงท่าทางแปลกๆ ให้คนรักเห็นจนได้ แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ถือสา เขากลับสนใจเธอมาก

ขึ้นไปอีก เพราะเห็นว่าณาลัยเป็นผู้หญิงที่ไม่น่าเบื่อ ลึกลับ มีเสน่ห์ น่าค้นหา มันทำให้เขาตื่นเต้นทุกครั้ง ที่ได้อยู่ใกล้ๆ เธอ

ณาลัยแตกต่างจากผู้หญิงอื่นโดยสิ้นเชิง ผู้หญิงพวกนั้นชอบเข้ามาประจบสอพลอ เอาอกเอาใจ และพูดหวานๆ จนเขาเบื่อหน่าย

และรำคาญพวกเธอในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่เพราะความที่ทั้งคู่ยังเป็นเด็กเกินไป เมื่อนานวันเข้า ณาลัยก็เริ่มเกิดความไม่มั่น

ใจในตัวเขา เพราะรอบๆ ตัวชายหนุ่ม มีแต่ผู้หญิงหน้าตาดีๆ ทำให้เธอเกิดความหวาดระแวงว่าเขาจะปันใจให้คนอื่น เธออยาก

ให้เขารักเธอมากๆ อยากให้เขาสนใจแต่เธอคนเดียว

แต่เรื่องนี้ มันเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาเป็นนักร้องยอดนิยมที่ต้องเรียกคะแนนความสนใจให้กับตนเอง โดยการเทคแคร์ คอย

เอาใจพวกแฟนคลับซึ่งเป็นพวกเด็กสาวๆ ภาพที่เขาทำตัวสนิทสนมกับผู้หญิงพวกนั้น ทำให้ณาลัยทนไม่ได้ ถึงแม้จะรู้ว่าเขาทำ

เพื่องานก็ตาม แต่เธอก็หึง และอัมรินทร์ก็ไม่สามารถทำให้เธอมีความมั่นใจ ได้ว่าเขาจะรักมั่นคงอยู่กับเธอแค่คนเดียว ถึงเขาจะ

ชอบเธอมากกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ แต่เขาก็รักวงการบันเทิงมากกว่า

เมื่อเขาไม่ค่อยมีเวลาเพราะมัวยุ่งอยู่กับการทำงาน ส่วนณาลัยก็รู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยเกินไปที่จะคอยวิ่งตามเขาอยู่ตลอดเวลา เธอ

ไม่อยากจมอยู่กับความหวาดระแวงในตัวคนรัก จึงเป็นฝ่ายบอกเลิกกับทีก่อน ในที่สุดความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงจบลง

เป็นเพราะความรักทั้งห้าครั้งของณาลัยต้องจบลงอย่างไม่สุขสมหวัง ทำให้เธอต้องกลับมาทบทวนคำแนะนำของท่านเทพธิดา

ซ้ำอีกครั้ง

หรือนี่จะเป็นชะตาฟ้าลิขิต ให้เธอต้องอกหักไปตลอดชีวิต จนกว่าจะปลดปล่อยวิญญาณของเจ้ากรรรมนายเวรให้ไปสู่สุขคติ

เมื่อเธอไม่คิดหาทางช่วยเหลือวิญญาณพวกนั้นอย่างจริงจัง สวรรค์จึงลงโทษเธอให้ต้องผิดหวังจากความรักไปเรื่อยๆ ไม่รู้จัก

จบสิ้นจนกว่าเธอจะรู้สำนึกและกลับมาตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้สำเร็จ ซึ่งมันจะมีวันนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ การที่สวรรค์ลงโทษ

เธอแบบนี้ มันไม่ยุติธรรมสำหรับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบเธอเลย

เมื่อคิดได้ดังนี้ เด็กสาวก็ผุดลุกขึ้นยืนอย่างโมโห สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อชาติก่อน มันไม่ใช่ความผิดของเธอคนเดียวสักหน่อย ทำไมเธอ

จะต้องมาแบกรับภาระอยู่คนเดียวด้วย

“วิญญาณพวกนั้นไม่มีความสุข แล้วจะต้องให้ฉันไม่มีความสุขไปด้วยหรือไง! มันไม่ยุติธรรมเลยนะ ในเมื่อตัวฉันในตอนนี้ไม่

ได้เป็นคนทำผิดกับพวกเขาสักหน่อย ถ้าอยากจะหาคนรับผิดชอบ ทำไมไม่ไปลงโทษคนที่ฆ่าพวกเขาล่ะ...นี่คือชีวิตของฉัน รู้ไว้

ซะ! ฉันจะเลือกทางเดินของฉันเอง จะไม่ยอมให้ใครมาบังคับให้ฉันต้องทำแบบนั้นแบบนี้ คอยดูซิ! ฉันจะต้องมีความรักที่สม

หวังเหมือนกับคนอื่นให้ได้!”

หญิงสาวตะโกนก้อง พร้อมกับประกาศคำมั่นว่าจะไม่ยอมแพ้โชคชะตา

“เมี้ยว”

เจ้าอ้วนดำ แมวที่หญิงสาวเลี้ยงไว้ ร้องตอบรับคำพูดของเจ้านายทันที

“แกก็คิดเหมือนฉันใช่ไหม?...ไอ้อ้วน...ดีมาก เดี๋ยวให้ข้าวเกรียบกุ้งสิบชิ้น”

ณาลัยลูบขนสีดำเข้ม ของเจ้าแมวอ้วนอย่างรักใคร่ ถึงใครๆ จะบอกว่าแมวดำเป็นสิ่งอัปมงคล ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้าน แต่หญิง

สาวก็ไม่สนใจ เธอทนเห็นมันถูกทิ้งให้หนาวตาย อยู่ท่ามกลางสายฝนไม่ได้ จึงนำมันมาเลี้ยงตั้งแต่มันตัวเล็กๆ

เจ้าแมวน้อย รีบเข้ามาพันแข้งพันขาของเจ้านายอย่างประจบประแจง เมื่อเธอเดินไปหยิบถุงข้าวเกรียบกุ้งเทใส่จานให้มัน

“นี่แกเห็นด้วยกับฉัน หรือว่าแกเห็นแก่กินกันแน่ เจ้าอ้วน”

ณาลัยนั่งคุกเข่าพร้อมกับคุยกับมัน เจ้าแมวดำเงยหน้าขึ้นมอง พร้อมกับแลบลิ้นสีชมพูเลียรอบๆ ปากอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นก็ส่ง

เสียงร้องเมี้ยวอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงเจ้านายพูดดูถูก

“อ๋อ...แกก็อยากให้ฉันลุกขึ้นสู้ใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นฉันจะลองสู้อีกครั้ง แกต้องเป็นกำลังใจให้ฉันด้วยนะไอ้อ้วน” หญิงสาวลูบ

หัวมันเบาๆ พร้อมกับพูดกับมันด้วยแววตามุ่งมั่น เธอยังอยากเอาชนะลิขิตจากสวรรค์อย่างที่เทพธิดาบอกไว้ เธอจะมีความรัก

ครั้งใหม่อีกสักครั้ง จะท้าทายผู้ที่กำหนดชะตาชีวิตเธอให้ต้องเป็นแบบนี้ ให้พวกเขารู้ว่าเธอไม่มีวันยอมแพ้

เธอเกลียดการถูกควบคุม โดยเฉพาะโดยสิ่งที่ไม่มีตัวตน หญิงสาวมั่นใจว่าต่อไปในอนาคต เธอจะต้องประสบความสำเร็จกับ

ผู้ชายคนไหนสักคนให้จงได้ ผู้ชายมันไม่ไร้เท่าใบพุทราหรอกน่า โลกนี้ยังมีผู้ชายให้เธอเลือกอีกตั้งมากมาย หากมัวแต่ทำตัว

อ่อนแอ ร้องไห้คร่ำครวญกับเรื่องที่มันแล้วไปแล้ว และก้มหน้ายอมแพ้เพราะเรื่องแค่นี้ง่ายๆ เธอคงไม่มีวันลุกขึ้นมาต่อสู้กับ

ชะตากรรมที่แสนจะรันทดของตัวเองได้หรอก ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จต้องอยู่ที่นั่น

ในเมื่อเธอสามารถมีความรักได้ตั้งห้าครั้งแล้ว เพราะฉะนั้นในอนาคตเธอก็ต้องมีความรักได้อีก ความรักที่ผ่านๆ มา เธอจะถือว่า

มันเป็นบทเรียน แต่ความรักครั้งต่อไปจะต้องดีขึ้นกว่าเดิม เด็กสาวยังคงเชื่อมั่นในตัวเองอย่างหนักแน่น


แต่ทั้งหมดนั่น มันคือเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อน สิบปีที่ผ่านไปพร้อมๆ กับชายคนรักทั้งสิบสองคน ไม่ว่าผู้ชายคน

ไหนๆ เธอก็คบกับเขาได้ไม่ยืดสักราย ปัจจุบันนี้ณาลัยอายุได้ยี่สิบห้าปีแล้ว เธอกลายเป็นหญิงสาวที่มีความสวยใส หน้าตาน่ารัก

น่าเอ็นดู ดึงดูดใจเพศตรงข้ามให้เข้ามาใกล้ชิด แต่ถึงจะเป็นสาวน้อยน่ารัก มีเสน่ห์สำหรับหนุ่มๆ มากแค่ไหน พวกเขาก็ทนต่อ

อาการที่เหมือนกับคนเสียสติของเธอไม่ได้

หญิงสาวยังถูกบอกเลิกครั้งแล้วครั้งเล่า ความรักหลายต่อหลายครั้งของณาลัยจึงผ่านไปเรื่อยๆ เหมือนสายลมที่เธอไม่มีวันจับ

ต้องหรือสัมผัสมันได้ ถึงมันจะพัดเข้าสร้างความเย็นสดชื่นให้กับเธอมากเพียงใด แต่ไม่นานมันก็พัดผ่านไป จนตอนนี้ความมั่น

ใจในตัวเองสูงของหญิงสาวเริ่มสั่นคลอนบ้างแล้ว

“หรือว่าเราจะไม่สามารถเอาชนะโชคชะตาได้นะ?...ไอ้อ้วน ฉันคงต้องตามหาคฤหาสน์หลังนั้นให้เจอ แล้วปลดปล่อยวิญญาณ

บ้าบอพวกนั้นไปซะ...ไม่อย่างนั้น เจ้านายแก คงขึ้นคานไปตลอดทั้งชาตินี้และชาติหน้าแน่ๆ” ณาลัยรำพึงรำพันกับแมวอย่างสิ้น

หวัง

สิ่งที่เธอปรารถนามาตลอดชีวิต ก็คือการได้อยู่กับผู้ชายที่รัก และยอมรับตัวตนที่แท้จริงของเธอได้ แต่ความฝันของเธอคงไม่มี

วันเป็นจริง เพราะบทเรียนรักที่ผ่านมาถึงสิบสองครั้ง มันพิสูจน์ให้เธอเห็นแล้วว่า ความพยายามมันเอาชนะลิขิตฟ้าไม่ได้

ความกลัวว่าตัวเองจะต้องอยู่เดียวดายบนคานทองไปตลอดชีวิต ทำให้หญิงสาวเปลี่ยนความคิดใหม่  เธอเริ่มออกตามหา

คฤหาสน์ผีสิงหลังนั้นอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอสักที จนหญิงสาวเริ่มท้อแท้ และความท้อแท้สิ้นหวังก็กลาย

เป็นความโกรธแค้นโชคชะตาอีกแล้ว

“นี่!...ฉันอุตสาห์ตั้งใจจะช่วยวิญญาณพวกนั้นแล้วนะ แต่พวกท่านยังนิ่งดูดาย ไม่เห็นหาทางช่วยฉันบ้างเลย ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อย

ให้วิญญาณพวกนั้นถูกขังอยู่แบบนั้นไปตลอดก็แล้วกัน ลิขงลิขิตฟ้าบ้าบออะไรนั่น! ฉันไม่สนใจแล้ว”

หญิงสาวตะโกนกับท้องฟ้าอย่างอารมณ์เสีย เมื่ออุตสาห์ดั้นด้นเดินทางมาไกลถึงเชียงใหม่เพื่อตามหาคฤหาสน์ที่อยู่ในความ

ฝัน แต่พอมาเห็นคฤหาสน์หลังนี้ตามเบาะแสที่ได้มา จึงรู้ว่ามันคนละหลังกับที่เธอตามหา

เสียแรง ทั้งๆ ที่อุตสาห์ค้นหาข้อมูลของคฤหาสน์หลังนี้มาตั้งนาน เพราะคฤหาสน์หลังใหญ่ รูปทรงแบบยุโรป ภายในประเทศ

ไทยเมื่อร้อยกว่าปีก่อน มีแค่ไม่กี่หลัง มันจึงค้นหายากมาก เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร และถึงแม้จะมีคฤหาสน์แบบที่ว่าหลง

เหลืออยู่ในประเทศไทยจริงๆ แต่มันก็มีการบูรณะซ่อมแซม หรือถูกรื้อถอนจนไม่มีเค้าโครงเดิมแล้ว

ณาลัยต้องเสียเวลาค้นหาข้อมูลอยู่นาน กว่าจะแน่ใจว่าใช่จริงๆ แล้วจึงเริ่มออกเดินทางไปให้เห็นกับตา แต่เธอก็ขึ้นล่องมาจนทั่ว

ประเทศแล้ว ก็ยังตามหาคฤหาสน์ที่เธอต้องการไม่พบเลย


“ฮัลโหล...พี่หนูนาเหรอ นี่เจเองนะ พ่ออยากเจอพี่หนูนาด่วน เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่แวะเข้ามาหาพ่อด้วยแล้วกัน” เสียงกวนๆ ที่ลอดผ่าน

มาจากโทรศัพท์มือถือเครื่องจิ๋วของณาลัย เป็นของนายนพดลน้องชายต่างแม่เธอ ซึ่งเขามักจะโทรมาขอเงินใช้อยู่เสมอ แต่

แปลกที่ครั้งนี้ เขาไม่ได้โทรมาขอเงิน แต่กลับแจ้งข่าวที่คาดไม่ถึงกับหญิงสาวแทน

เนื่องจากณาลัยเป็นพี่สาวคนโตจึงต้องรับภาระดูแลน้องๆ แทนพ่อกับแม่บ้างเป็นบางครั้ง เวลาที่พวกเขาเดือดร้อนและต้องการ

ที่พึ่ง เธอมีน้องสาว น้องชายต่างพ่อต่างแม่อีก 3 คน

คนรองเป็นน้องสาวต่างพ่อชื่อนลิน คนที่สามเป็นน้องชายต่างแม่ชื่อนพดล ส่วนคนสุดท้องเป็นน้องชายแม่เดียวกับนพดลชื่อ

นภศูล

แต่สภาพครอบครัวของพวกเขาก็แตกแยกเหมือนกันกับเธอ ทำให้พี่น้องต้องแยกย้ายกันอยู่ ไม่ค่อยได้สนิทสนมกันเท่าไหร่ เธอ

อาศัยอยู่กับยายมาตั้งแต่เล็ก จนเรียนจบปริญญาตรีและได้ทำงานที่รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งพร้อมกับพวกเพื่อนๆ ที่อยู่ก๊วนเดียวกัน

“พ่อไม่สบายหรือไง? ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยอยากพบหน้าพี่สักที” ณาลัยถามแกมประชดประชัน

หลังจากหย่ากับแม่แล้ว พ่อของเธอก็ใช้ชีวิตสำเริงสำราญกับผู้หญิงอื่นหลายคน แต่ท่านก็ไม่เคยมีความรับผิดชอบชีวิตของ

พวกลูกๆ ที่เกิดกับผู้หญิงเหล่านั้นเลย ปล่อยให้เด็กๆ พวกนั้นเติบโตกันเอง ตามยถากรรม เธอยังโชคดีที่มียายคอยดูแล แต่

น้องๆ ของณาลัยบางคนกลับไม่โชคดีเหมือนเธอ พวกเขาไม่มีคนคอยรักและเอาใจใส่ จึงมักจะทำตัวเหลวไหลตั้งแต่เด็ก

“พ่อไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก พี่หนูนา แต่วันก่อน ปู่โทร ให้พ่อไปพบด่วน เขาคงอยากเจอพี่ก่อนตายละมั้ง?”

“ไอ้เจ! ไอ้ปากเสีย แล้วแกไปแช่งปู่เขาทำไม”

“อ้าว! เจจะไปรู้เหรอ? เห็นพ่อบอกว่า พอพวกพี่ป้าน้าอาทั้งหลาย พอรู้ว่าปู่โทรไปเรียกพ่อมาพบเท่านั้นแหละ เขาก็รีบพาลูก

หลานมาเยี่ยมปู่กันเต็มบ้าน คงกลัวว่าปู่จะแบ่งสมบัติให้พ่อคนเดียว เลยต้องรีบมากันท่าเอาไว้ก่อน”

“แหม ทำเป็นรู้ดีนะไอ้เจ! แล้วนี่พ่อคิดจะให้พี่ไปเยี่ยมปู่ เพื่อขอเงินจากปู่อีกล่ะซิ พ่อก็มาไม้นี้ทุกที จนปู่เขารู้ทันหมดแล้ว เขาไม่

ยกมรดกให้พ่อเอาไปล้างผลาญง่ายๆ หรอก”

“แล้วพี่จะเอาไง? พรุ่งนี้จะเข้ามาหาพ่อหรือเปล่า เจจะได้บอกพ่อ”

“เข้าไปหาให้โง่น่ะซิ! เดี๋ยวพี่จะไปหาปู่เอง ไม่ต้องให้พ่อพาไปหรอก”

“ถ้าพ่อรู้ว่าพี่ไปเยี่ยมปู่เอง คงลมออกหูแน่”

“ช่างเขาสิ! ปกติเวลาลูกคนไหนไม่ทำตามใจเขา เขาก็ด่าว่าเป็นลูกอกตัญญู ไม่รู้จักบุญคุณของเขาที่ทำให้เกิดมาอยู่แล้วนี่นา พี่

ฟังจนชินแล้ว เจจะกลัวไปทำไม?”

“เจไม่ได้กลัวพ่อโกรธ แต่เจกลัวพ่อไม่ให้ตังค์ใช้น่ะซิ ว่าแต่พี่หนูนามีสักห้าร้อยไหม? อาทิตย์นี้เจต้องจ่ายค่าหนังสือแล้ว”

“พี่ว่าแล้ว...ถ้าไม่โทรมาขอเงิน...แกก็คงไม่โทรมาหาพี่หรอก แล้วต้องซื้อหนังสืออะไรตั้งมากมาย เมื่ออาทิตย์ก่อนแกก็พึ่งซื้อ

หนังสือไปไม่ใช่หรือไง ใช้เงินน่ะ ให้มันประหยัดๆ หน่อยซิ เงินทองไม่ใช่หามาได้ง่ายๆ นะ....”

หลังจากนั้นก็เป็นคำพร่ำบ่นอีกยืดยาว เกี่ยวกับการใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายของน้องชาย แต่สุดท้าย หญิงสาวก็ยอมให้เงินนพดล

ตามที่เขาขอ เพราะเห็นว่าเขากำลังเรียนหนังสืออยู่ คงอยากมีเงินส่วนตัว ไว้ใช้ตามประสาเด็กวัยรุ่นบ้าง

เมื่อก่อนเธอก็อยากจะซื้ออะไรแพงๆ ตามเพื่อนบ้างเหมือนกัน แต่เพราะฐานะทางการเงินของยายไม่ค่อยดี ทำให้เธอต้องตัดใจ

อย่างแสนเสียดาย ตอนนี้นพดลก็คงเป็นเหมือนอย่างเธอ หญิงสาวจึงยอมควักกระเป๋าให้เงินน้องใช้ทุกครั้งเพราะความสงสาร

ณาลัยรีบไปเยี่ยมปู่ที่บ้านในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากเธอเข้าใจว่าท่านป่วยหนัก แต่ที่ไหนได้ท่านยังแข็งแรงดีอยู่ ไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วย

ใกล้ตายอย่างที่เธอนึกไว้เลย

ปู่บอกว่าที่ให้พ่อตามเธอมาพบด่วน ก็เพราะญาติพี่น้องของย่า ต้องการจะยกบ้านที่เป็นมรดกของย่าให้กับท่าน แต่ย่าก็ได้เสีย

ชีวิตไปนานแล้ว ปู่จึงบอกกับทนายของพวกเขาให้ยกบ้านหลังนั้นให้กับณาลัยแทน

หญิงสาวแปลกใจมากว่าทำไมปู่จะต้องยกบ้านหลังนั้นให้เธอด้วย เธอไม่ได้ทำตัวเป็นหลานที่ดีสำหรับท่านสักเท่าไหร่เลย ร้อย

วันพันปีเธอก็ไม่เคยมาเยี่ยม ไม่เคยมาดูแล แล้วปู่จะยกบ้านหลังนั้นให้เธอทำไม หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความเหมาะสมจะ

รับบ้านหลังนั้นจากปู่ง่ายๆ พวกพี่ป้าน้าอา กับพวกลูกๆ หลานๆ คนอื่นของปู่ สมควรจะได้รับมันมากกว่าเธอ

“ถึงแม้แกจะเป็นหลานที่ไม่ค่อยมีความกตัญญู ไม่เคยมาเยี่ยมเยียนผู้เป็นปู่ คนที่เลี้ยงดูแกมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยเลยสักครั้ง แต่แกก็

ยังเป็นหลานสาวของฉันอยู่ดี แล้วฉันก็รับปากกับแม่มะลิเขาไว้แล้วด้วย ว่าสักวันหนึ่งหากญาติพี่น้องของเขามาตามหาแล้วยก

สมบัติอะไรให้กับเขา ก็ขอให้ยกสมบัติที่เขาจะได้ ให้กับแกที่เป็นหลานแทน ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาพูดอย่างนั้นก่อน

ตาย แต่หลังจากที่คุณทนายเขามาพบฉันเรื่องมรดกของย่าแก ฉันก็ฝันเห็นย่าแกทุกคืนเลย เขามาย้ำให้ฉันทำตามที่รับปากกับ

เขาไว้”

ปู่ทำหน้าบึ้งๆ พร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงบนม้าหิน ไม่รู้ว่าท่านดีใจหรือเสียใจกันแน่ ที่ฝันเห็นย่าทุกคืน เพราะหลังจากย่าเสียชีวิต

แล้ว ปู่ก็มีภรรยาใหม่ทันที ท่านมีนิสัยเจ้าชู้เหมือนกับพ่อของณาลัยไม่มีผิด แต่แตกต่างกันตรงที่ปู่ขยันขันแข็งทำงานเก็บเงิน

ส่วนพ่อของณาลัยดีแต่ใช้ชีวิตเที่ยวเตร่ มีความสุขกับเงินทองที่หามาได้ไปวันๆ ไม่คิดจะเก็บหอมรอมลิดไว้ใช้เพื่ออนาคตเลย

ณาลัยต้องทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่งตรงข้ามกับท่านตามมารยาท ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวท่านจะตำหนิเอาได้ ว่ายืนค้ำหัวผู้ใหญ่ ถึงแม้ไม่

อยากจะทนฟังปู่พูดกระแนะกระแหนอีกก็ตาม ดูก็รู้ว่าท่านไม่ได้รู้สึกยินดีกับการมาของเธอสักเท่าไหร่เลย หากไม่เป็นเพราะ

เรื่องของย่า ท่านก็คงไม่สนใจเธออีกแล้ว

ปู่บอกให้ภรรยาคนใหม่ของท่าน ไปหยิบกระเป๋าใบหนึ่งออกมา จากนั้นก็หยิบซองเอกสารออกมาจากกระเป๋าใบนั้น และโยนแห

ม็บมาตรงหน้าณาลัยอย่างไม่เต็มใจ

ณาลัยมองซองเอกสารตรงหน้าอย่างสงสัย “อะไรคะ?”

คุณปู่เหยียดตามองณาลัยพร้อมกับตอบ “ก็โฉนดของบ้านหลังนั้นน่ะซิ ฉันให้ทนายเขายกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของแกเรียบร้อย

แล้ว เดี๋ยวย่าแกเขาจะมาต่อว่าเอาได้ หาว่ายึดสมบัติของหลาน ทั้งๆ ที่แกไม่มีความเหมาะสมที่จะได้รับมันเลย”

เมื่อได้ยินท่านพูดแบบนั้น ณาลัยก็โมโห จนเผลอขึ้นเสียงกับท่าน พร้อมกับปัดซองเอกสารนั่นออกไปอย่างฉุนเฉียว

“หนูไม่ได้ต้องการของๆ ปู่! ถ้าปู่ไม่อยากยกให้หนู ปู่ก็ไม่ต้องให้”

ปู่จ้องหน้าณาลัยอย่างตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าเธอจะกล้าทำพฤติกรรมก้าวร้าวกับท่าน เนื่องจากคิดว่าหญิงสาวคงซาบซึ้งในบุญ

คุณของท่าน จนพูดขอบคงขอบคุณแทบไม่ทัน จากนั้นก็รีบตะครุบสมบัติที่เขายกให้ด้วยความโลภเหมือนกับลูกๆ หลานๆ คน

อื่นๆ ทันที แต่พฤติกรรมก้าวร้าวของเธอ ก็ทำให้ท่านไม่พอใจมากเหมือนกัน

“รับไปซะ! ถ้าแกอยากให้วิญญาณของย่าแกสงบสุข เขาจะได้หมดห่วง” ปู่สั่ง

ณาลัยยืนนิ่งขึงอยู่อย่างตัดสินใจ แค่ยืนกรานว่าไม่รับเท่านั้น เรื่องทุกอย่างก็จบสิ้น ศักดิ์ศรีของเธอจะได้ไม่ถูกทำลาย คุณปู่จะได้

เลิกดูถูกว่าเธอเป็นคนเห็นแก่เงินอย่างพ่อ แล้วพวกญาติๆ จะได้ไม่มาต่อว่าเธอได้ว่า เข้ามาหาปู่เพื่อกอบโกยทรัพย์สมบัติจาก

ท่าน

แต่วิญญาณของคุณย่าจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด ท่านจะเป็นห่วงเธอ ณาลัยรู้ดีว่าท่านรักเธอมากแค่ไหน เพราะหลังจากที่ท่านเสีย

ชีวิตไปแล้ว เธอยังเห็นวิญญาณของท่านอยู่บ่อยๆ แววตาที่มองมาด้วยความรักและห่วงหาอาทรของคุณย่า ทำให้ณาลัยตัดสิน

ใจเอื้อมมือไปรับซองเอกสารนั้นกลับคืนมา

“เชอะ ในที่สุดแกมันก็ไม่ได้แตกต่างจากพ่อของแกเลยนะ” คุณปู่ยังคงพูดแหน็บแนมตามเคย

“ตอนแรกฉันก็นึกว่าแกจะหยิ่ง ไม่อยากได้ทรัพย์สมบัติของฉัน แต่แกก็เผยธาตุแท้ออกมาจนได้นะ”

ณาลัยมองหน้าปู่แท้ๆ ของเธออย่างรังเกียจ เพราะท่านมองคนอื่นในแง่ร้ายแบบนี้อยู่ตลอดน่ะซิ ถึงได้ไม่มีลูกหลานดีๆ คนไหน

ทนต่อพฤติกรรมของท่านได้เลยสักคน ถ้าคนไหนเข้ามาพร้อมกับมีของแพงๆ มากำนัลท่าน ท่านก็จะยกย่องชมเชยว่าเป็นลูก

หลานที่ดีมีความกตัญญูกตเวที เป็นลูกหลานที่ดี

แต่ลูกหลานคนไหนที่ประจบประแจงไม่เป็น ไม่ซื้อหาข้าวของแพงๆ มาบำรุงบำเรอท่านแล้วล่ะก็ ปู่ก็จะตั้งข้อรังเกียจแบบเธอนี่

เอง ทุกคนก็ล้วนแต่หวังผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับการทั้งนั้น ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ปู่เป็นคนเสี้ยมสอนให้ลูกหลานกลาย

เป็นคนละโมบโลภมากเพราะตัวท่านเองแท้ๆ ทีเดียว

“ถ้าปู่ไม่มีธุระอะไรกับหนูแล้ว หนูกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”

ณาลัยพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมาไหว้ลาท่าน จากนั้นก็หันหลังเดินจากมาอย่างรวดเร็ว เธอไม่ขอทนฟังว่าท่านจะต่อว่าอะไรเธออีก

บ้าง แต่ก็ได้ยินเสียงท่านตะโกนด่าไล่หลังอยู่ดี

“นังหลานอวดดี! แหม...พอมันได้ของไปนะ มันก็รีบเดินหนีไปเชียว ไม่คิดจะขอบคงขอบคุณ ปู่ของมันบ้างเลย คงเพราะพ่อแม่

มันไม่เคยสั่งสอน”
กลับไปรายการกระดานข่าว
27/12/08
27/12/08